คดีภาษีศุลกากรทำให้ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก จะเติบโตหรือถอยหลัง

                บทความนี้โดย อ.ธัญณภัสส์  ปัญญาดีวสุกุล

(ทนายความ / ผู้ชำนาญการศุลกากร)(เมื่อ18 พ.ค.60)

           ในการบริหารธุรกิจการนำเข้า หากมุ่งเน้นสร้างศักยภาพทางการตลาดเพียงอย่างเดียวเพื่ออำนาจในการถือครองตลาด เพื่อความเติบโตของธุรกิจ ก็ยังไม่เพียงพอ ต้องประกอบกับการให้ความสำคัญต่อระบบหรือเงื่อนไขของศุลกากรไทยด้วย ที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าของธุรกิจ คดีศุลกากรสามารถทำให้รากฐานของธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่สร้างมาอย่างแข็งแรงกลับอ่อนแอลงหรือล่มจมได้ด้วยปัญหาภาษีศุลกากรย้อนหลัง

             ทุกชิปเม้นท์หรือทุกความเคลื่อนไหวของธุรกิจมักจะถูกจับตามองโดยทีมงานของศุลกากร ซึ่งระบบการตรวจสอบของศุลกากรมีสองช่วงเวลา ช่วงที่หนึ่งขณะผ่านพิธีการเป็นช่วงที่ใช้ระบบสุ่มตรวจ  และช่วงที่สองนำทีมเข้าตรวจสอบย้อนหลัง ณ สถานประกอบการ เพื่อรวบรวมและรวบยอดการกระทำผิดทีเดียว

การนำสินค้าผ่านพิธีการศุลกากรและชำระภาษีศุลกากรไปเรียบร้อยแล้ว อาจจะเป็นไปอย่างถูกต้องเพียงบางส่วนแต่ยังไม่ถูกต้องครบทั้งหมด ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีศุลกากรไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่ากระทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายศุลกากรอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะการปฏิบัติมีหลายขั้นให้ปฏิบัติและส่งผลให้การตรวจสอบของศุลกากรเป็นไปอย่างหลายขั้นหลายชั้นเช่นเดียวกัน ความถูกต้องอาจถูกต้องเพียงบางขั้นตอนแต่ขณะผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่อาจจะยังไม่ตรวจสอบจนครบ เพราะสุ่มตรวจ หรืออาจจะได้รับการยกเว้นการตรวจ แต่ก็อนุญาตให้ปล่อยสินค้าผ่านไปได้ เพราะกรมศุลกากรมีการวางระบบบริหารความเสี่ยงโดยการตรวจสอบซ้ำหรือเรียกว่าตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วนอีกครั้ง

แนวทางแก้ไขปัญหานี้ เพื่อการนำเสนอให้ธุรกิจมีที่ปรึกษาที่เป็นนักกฎหมายและผู้ชำนาญการศุลกากรที่มีประสบการณ์ด้านคดีศุลกากรและพิธีการศุลกากรอย่างยาวนานและรู้จริง เพื่อเข้าช่วยวางแผนระบบงานการนำเข้า-ส่งออก ให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายศุลกากรภายใต้การขจัดปัญหาภาษีศุลกากรย้อนหลังอย่างเบ็ดเสร็จเด็จขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจ โดยใช้วิธี

1)ที่ปรึกษาฯ ช่วยสร้างบุคลากรภายในของธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ให้มีความรู้โดยการจัดอบรมพนักงานนำกฎ-กติกาภายใต้กฎหมายศุลกากรให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าถึงวิธีการนำไปใช้อย่างถูกต้องและเข้าถึงผลลัพธ์ของการนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องซึ่งเป็นสาเหตุของการตกเป็นคดีศุลกากร

2) ที่ปรึกษาฯ ช่วยตรวจสอบผลการดำเนินงานการนำเข้า-ส่งออกที่ผ่านไปแล้ว หากพบประเด็นใดไม่ถูกต้องก็ต้องรีบหาทางแก้ไขปัญหาก่อนที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะเป็นผู้ตรวจพบและจับตกเป็นคดีความ

3) ที่ปรึกษาฯ ให้คำปรึกษาเพื่อแก้ไขปัญหา หรือวางแผนงานล่วงหน้าเพื่อป้องกันมิให้ปัญหาเกิดขึ้น

4) ที่ปรึกษาฯ แบบมืออาชีพต้องสามารถรับรองผลลัพธ์และให้ความเชื่อมั่นได้ว่าสามารถขจัดปัญหาภาษีศุลกากรย้อนหลังได้อย่างแท้จริง

ดังนั้นธุรกิจนำเข้า-ส่งออกจะเติบโตหรือถอยหลังขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในการตกเป็นคดีภาษีศุลกากร***

Copyright © 2016 www.ibct-th.com. All rights reserved.

TOP